ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ AI ไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ” ของการพัฒนาประเทศ ความร่วมมือระหว่าง Bitkub นำโดย คุณต้น สกลกรย์ สระกวี ผู้ก่อตั้ง และประธาน บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กับ สำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และประธานหลักสูตร การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate chain management: CCM) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้การขับเคลื่อนของ ศ. ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล โดยมี ณัฐ วีระวรรณ Ph.D. Candidate พัฒนาโครงการ “AR-RA01 Project” บนบริบทของการเร่งสร้างศักยภาพใหม่ให้กับประเทศไทย ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายด้านข้อมูลที่กระจัดกระจาย การขาดระบบเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และข้อจำกัดในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จริงในระดับองค์กรและเมือง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อผสานจุดแข็งของ Bitkub ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain เข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน AI และนวัตกรรมของ AR-RA (ARthur Visions & oRAcle Intelligence) เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถ “แปลงข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ เช่น Smart City การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และ Data-driven Platform ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจยุคใหม่
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่การนำไปใช้จริงยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้ง
• การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งที่มีมาตรฐานต่างกัน
• ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของข้อมูล
• ช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ
• การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ “การทำงานแบบลำพัง” ไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามองค์กรและข้ามศาสตร์
ความจำเป็นของความร่วมมือ
การจับมือกันระหว่าง Bitkub และ UNISERV ร่วมกับ นักศึกษานักวิจัยในหลักสูตร CCM จึงเป็นการรวม “โครงสร้างพื้นฐาน” เข้ากับ “นวัตกรรม” เพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานจริงในวงกว้าง โดย Blockchain จะช่วยสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัย ขณะที่ AI จะช่วยวิเคราะห์และสร้างมูลค่าจากข้อมูลจำนวนมหาศาล
ความร่วมมือนี้ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญของโลก ที่การพัฒนาเทคโนโลยีต้องอาศัย Ecosystem มากกว่าการแข่งขันเพียงลำพัง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เกิด Use Case ใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดได้ทั้งในระดับองค์กร เมือง และประเทศ
ท้ายที่สุด ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่คือการวางรากฐานของ “อนาคตดิจิทัลไทย” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความโปร่งใส และนวัตกรรมอย่างยั่งยืนอีกด้วย